Showing posts with label บทสวดมนต์ด้วยตนเอง. Show all posts
Showing posts with label บทสวดมนต์ด้วยตนเอง. Show all posts

Saturday, January 19, 2013

คำสมาทานอาชีวัฏฐมกศีล (ด้วยตนเอง)

คำสมาทานอาชีวัฏฐมกศีล (ด้วยตนเอง)


อะหัง ภันเต ติสะระเณนะ สะหะ อาชีวัฏฐะมะกะ สีลานิ ยาจามิ
ทุติยัมปิ อะหัง ภันเต ติสะระเณนะ สะหะ อาชีวัฏฐะมะกะ สีลานิ ยาจามิ
ตะติยัมปิ อะหัง ภันเต ติสะระเณนะ สะหะ อาชีวัฏฐะมะกะ สีลานิ ยาจามิ
ข้าพเจ้าขอสมาทาน อาชีวัฏฐมกศีล ต่อพระพักตร์พระพุทธรูป ต่อคุณพระรัตนตรัย ด้วยสัมปัตตะวิรัติ คืองดเว้นเอาเอง ณ โอกาสบัดนี้

ปาณาติปาตา เวระมะณี สิกจาปะทัง สะมาทิยามิ
ข้อ ๑ ข้าพเจ้าจะไม่ฆ่าสัตว์ และไม่ทรมานสัตว์ ให้ได้รับความทุกข์เดือดร้อน

อะทินนาทานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
ข้อ ๒ ข้าพเจ้าจะไม่ลักขโมย ไม่ฉ้อโกง ไม่เอาของผู้อื่นมาเป็นของตน โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าของเสียก่อน

กาเมสุ มิจฉาจารา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
ข้อ ๓ ข้าพเจ้าจะไม่ประพฤติผิดในกาม คือไม่ล่วงละเมิดในภรรยาและสามีของผู้อื่น

มุสาวาทา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
ข้อ ๔ ข้าพเจ้าจะไม่กล่าวคำเท็จ ให้ผู้อื่นเดือดร้อน

ปิสุณาวาจา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
ข้อ ๕ ข้าพเจ้าจะไม่พูดยุยงส่อเสียด ให้ผู้อื่นเดือดร้อน

ผรุสะวาจา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
ข้อ ๖ ข้าพเจ้าจะไม่กล่าวคำหยาบคาย ด่าทอ ให้ผู้อื่นเดือดร้อน

สัมผัปปะลาปา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
ข้อ ๗ ข้าพเจ้าจะไม่พูดเพ้อเจ้อ โปรยประโยชน์ ให้ผู้อื่นเดือดร้อน

มิจฉาอาชีวา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
ข้อ ๘ ข้าพเจ้าจะไม่กอบมิจฉาอาชีพ ซึ่งพระพุทธองค์ทรงห้ามไว้ มีดังนี้
๑. ข้าพเจ้าจะไม่ขายสัตว์ให้เขาเอาไปฆ่า
๒. ข้าพเจ้าจะไม่ขายมนุษย์
๓. ข้าพเจ้าจะไม่ขายอาวุธ
๔. ข้าพเจ้าจะไม่ขายยาพิษ
๕. ข้าพเจ้าจะไม่ขายสุราและไม่ดื่มสุรา

อาชีวัฏฐมกศีลนี้ ข้าพเจ้าได้ตั้งใจแล้ว สมาทานแล้ว ข้าพเจ้าจะเพียรรักษาไว้ มิให้ขาด มิให้ทำลาย ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ขออานิสงส์แห่งศีลนี้ จงคุ้มครองป้องกัน ให้ข้าพเจ้าปลอดภัยในที่ทุกสถาน อายุยั่งยืนนาน มีความสุขความเจริญรุ่งเรือง คิดสิ่งใดในทางที่ชอบที่ควร จงสมปรารถนา ขอให้ข้าพเจ้าได้บรรลุมรรค ผล นิพพาน ในอนาคตกาลโดยเร็วเทอญ



Friday, January 18, 2013

คาถาหลวงปู่ครูบาศรีวิชัย


คาถาหลวงปู่ครูบาศรีวิชัย จากคำบอกเล่าของหลวงปู่โง่นโสรโย




"นะโมเม พุทธะวีรัตตุ วิปปะมุตโตสิสัพพะธิ
  สัพพาธะปะฏิโนสะมิ 
ตัสสะเม สะระนังภะวะ "



ท่องเอาไว้ ในยามมีทุกข์ภัยจะเบาบางลง



Monday, January 14, 2013

วิธีแผ่บุญกุศลให้แก่สัมมาอาชีพ

๖๖. วิธีแผ่บุญกุศลให้แก่สัมมาอาชีพ
    
     ในการทำกิจการงานใดของเราก็ตาม เราต้องแผ่บุญกุศลทั้งหลายให้สัมมาอาชีพและปัจจัย ๔ ที่ทำให้เราได้อยู่อาศัย มีกินมีใช้ในทุกวันนี้ เพราะถือว่าสรรพสิ่งในโลกนี้ต้องสูญเสียพลังงานมาให้เราใช้ ทั้งที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม อาหาร และยารักษาโรค ถือว่าเรามีส่วนในการเบียดเบียนธรรมชาติมาใช้เพื่อประโยชน์ของตน

     เมื่อเราทำงานร่วมกับคนหมู่มาก เราอาจจะมี “เศษกรรม” จากการทำงานเกิดขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัว แม้ว่าเราจะทำงานนั้น ๆ ด้วยความตั้งใจอันดีแค่ไหนก็ตาม โดยเฉพาะผู้ที่เป็นเจ้าของธุรกิจ ผู้เป็น หัวหน้ามีลูกน้องบริวารรับใช้ต่าง ๆ ยิ่งต้องระวังกรรมที่เกิดจากการ เบียดเบียนคน เช่น ใช้งานหนักเกินกำลัง ว่ากล่าวติเตียนให้เขาทุกข์ใจ หรือไม่ให้ความเป็นธรรมกับลูกน้อง สิ่งเหล่านี้จะเป็น “เศษกรรม” ที่ตกมาถึงผู้เป็นนาย ส่งผลให้เกิดความเจ็บป่วย หรือความทุกข์ต่าง ๆ ตามมา ส่วนคนเป็นลูกน้องเอง หากไม่ตั้งใจทำงานให้สมกับเงินเดือนที่ได้รับ หรือทำงานผิดพลาดเสียหาย ทำความเดือดร้อนให้หน่วยงาน จะมีผลทำให้ติด “เศษกรรม” ได้เช่นเดียวกัน
     ดังนั้น ในชีวิตของคนทำงานทุกคน เมื่อทำบุญใดๆ แล้วก็ควรแผ่บุญกุศลให้สัมมาอาชีพของตัวเองด้วย ตามคำต่อไปนี้

    “บุญใดกุศลใด ที่ข้าพเจ้าทำสำเร็จแล้วในวันนี้ ขอจงถึงแก่สัมมาอาชีพของข้าพเจ้าและปัจจัย ๔ ที่ข้าพเจ้าได้มีกินมีใช้มาถึง ทุกวันนี้ จงมีส่วนในกุศลผลบุญที่ข้าพเจ้ากระทำในครั้งนี้ ได้แก่....... (เช่น สวดมนต์ไหว้พระ ทำบุญตักบาตร ถวายสังฆทาน ฯลฯ) และถ้าสัมมาอาชีพของข้าพเจ้าไปเบียดเบียน
ผู้หนึ่งผู้ใด ไม่ว่าจะเป็น บริวารลูกน้อง ลูกจ้าง เพื่อนร่วมงาน และสรรพสัตว์ทั้งหลาย ด้วยบุญกุศลนี้ ขออย่าให้ข้าพเจ้าติดเวรติดกรรมกับบุคคลเหล่านี้ เลย”

พุทธัง อนันตัง ธัมมัง จักรวาลัง สังฆัง นิพพานะ ปัจจะโย โหตุ.

     สำหรับผู้ที่ประกอบมิจฉาชีพทั้งห้าอย่างที่พระพุทธเจ้าทรงห้ามคือ ขายอาวุธ ค้ามนุษย์ ขายสัตว์เพื่อให้เขานำไปฆ่า ขายสุรายาเสพติด ขายยาพิษ สารพิษจำพวกยาฆ่าแมลง เป็นต้น รวมไปถึงอาชีพที่เกี่ยวโยงกับการผิดศีล ๕ ทั้งหลาย ผู้ประกอบอาชีพเหล่านี้ นอกเหนือจากการแผ่บุญกุศลที่ต้องเฉพาะเจาะจง เช่น ขายข้าวมันไก่ ข้าวหมูแดง ต้องแผ่บุญให้กับไก่และหมูที่เรานำชีวิตเขามาหาเลี้ยงชีพแล้ว ยังต้องตั้งจิตเอาไว้ว่า

    “ข้าพเจ้าขอตั้งจิตที่อยากจะเลิกอาชีพนี้เสีย หากข้าพเจ้า มีโอกาส มีช่องทางที่จะเปลี่ยนอาชีพไปประกอบสัมมาอาชีวะ ข้าพเจ้าจะเลิกทันที”


บทสวดแผ่กุศล

๖๐. บทสวดแผ่กุศล

อิทังเม มาตาปิตูนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ มาตาปิตะโร
    ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่มารดาบิดาของข้าพเจ้า ขอให้มารดา บิดาของข้าพเจ้ามีความสุข
อิทังเม ญาตินัง โหตุ สุขิตา โหนตุ ญาตะโย
    ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้า ขอให้ญาติทั้งหลายของ ข้าพเจ้ามีความสุข
อิทังเม คุรูปัชฌายาจริยานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ คุรูปัชฌายาจริยา
    ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ของข้าพเจ้า ขอให้ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ของข้าพเจ้ามีความสุข
อิทัง สัพพะเทวะตานัง โหนตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เทวา
    ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เทวดาทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เทวดาทั้งหลาย
ทั้งปวงมีความสุข
อิทัง สัพพะเปตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เปตา
    ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เปรตทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เปรตทั้งหลายทั้งปวง
มีความสุข
อิทัง สัพพะเวรีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เวรี
    ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวงมีความสุข.



Sunday, January 13, 2013

คาถาบูชาพระเจ้า ๕ พระองค์ (คาถาบูชาหลวงพ่อโสธร)

๒๑. คาถาบูชาพระเจ้า ๕ พระองค์(คาถาบูชาหลวงพ่อโสธร)


กาเยนะ วาจายะ เจตสา วา โสธะรัง นามะ
อิทธิปะฏิหาริกะรัง พุทธะรูปัง อะหัง วันทามิ สัพพะโสฯ
(ท่อง ๓ จบ)

(นะโม ๓ จบ)
นะ ทรงฟ้า โม ทรงดิน พุทธ ทรงสินธุ์ ธา ทรงสมุทร ยะ ทรงอากาศ
พุทธังแคล้วคลาด ธัมมังแคล้วคลาด สังฆังแคล้วคลาด
ศัตรูภัยพาล วินาศสันติ
นะกาโร กุกกุสันโธ สิโรมัชเฌ โมกาโร โกนาคะมะโน นานาจิตเต
พุทธะกาโร กัสสะโป พุทโธ จะ ทะเวเนเต
ธา กาโร ศรีศากกะยะมุนี โคตะโม ยะกันเน ยะกาโร อะริยะเมตตรัยโย
ชิวหาทีเต ปัญจะพุทธา นะมามิหัง
พุทธะบูชา     มะหาเตชะวันโต
ธัมมะบูชา     มะหาปัญโญ
สังฆะบูชา     มะหาโภคะวะโห
อะระหังพุทโธ อิติปิโสภะคะวา นะมามิหัง.

พระคาถาชินบัญชร

๑๘. พระคาถาชินบัญชรโดย สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร 



วิธีสวดพระคาถาชินบัญชร การเริ่มสวดภาวนา ให้หาวันดีในวันที่เริ่มสวด คือ วันพฤหัสบดีเป็นวันเริ่มต้น ข้างขึ้น (ยิ่งขึ้นมากยิ่งดี) ให้เตรียมดอกไม้ ๓ สี หรือดอกบัว ๙ ดอก และดอกมะลิร่วง (เด็ดก้านดอก) ๑ กำ ธูปหอม ๙ ดอก เทียนจำนวน ๙ เล่ม จากนั้นให้จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยโดยการตั้งนะโม ๓ จบ ต่อด้วยบทพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ จากนั้นตั้งจิตนึกถึงองค์สมเด็จฯ โดย น้อมนำดอกไม้ ธูป เทียน ถวายบูชาคุณพระศรีรัตนตรัย และ ดวงวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าประคุณสมเด็จฯ ถ้าไปที่วัดระฆังฯ ได้ ก็ยิ่งดี ถ้าไปไม่ได้ ก็ให้ระลึกถึงท่าน หันหน้าไปทิศทางวัดระฆังฯ ก็ใช้ได้ เมื่อบูชาพระรัตนตรัย และดวงวิญญาณของเจ้าประคุณ สมเด็จฯ แล้วจึงเริ่มต้นสวด โดยอ่านตามบทให้ได้ ๑ จบ ก็เป็นอันเสร็จพิธีเริ่มต้น


    ก่อนสวดเจริญภาวนาให้กล่่าวคำนอบน้อมพระพุทธเจ้า 

นะโมฯ ๓ จบ แล้วระลึกถึงพระคุณของเจ้าประคุณสมเด็จฯ ด้วยคาถาต่อไปนี้

(นะโม ๓ จบ)

    ปุตตะกาโมละเภปุตตัง     ธะนะกาโมละเภธะนัง
อัตถิกาเยกายะญายะ          เทวานังปิยะตังสุตตะวา
อิติปิโสภะคะวา                 ยะมะราชาโน
ท้าวเวสสุวัณโณ                มรณังสุขัง
อะระหังสุคะโต                  นะโมพุทธายะ
โตเสนโต                        วะระธัมเมนะ
โตสัฏฐาเน                       สิเว วะเร
โตสังอะกาสิ                     ชันตูนัง
โตสะจิตตัง                       นะมามิหัง

    ๑. ชะยาสะนากะตา พุทธา     เชตะวา มารัง สะวาหะนัง
จะตุสัจจาสะภัง ระสัง                 เย ปิวิงสุ นะราสะภา.
    ๒. ตัณหังกะราทะโย พุทธา    อัฏฐะวีสะติ นายะกา
สัพเพ ปะติฏฐิตา มัยหัง              มัตถะเกเต มุนิสสะรา.
    ๓. สีเส ปะติฏฐิโต มัยหัง        พุทโธ ธัมโม ทะวิโลจะเน
สังโฆ ปะติฏฐิโต มัยหัง              อุเร สัพพะคุณากะโร.
    ๔. หะทะเย เม อะนุรุทโธ       สารีปุตโต จะทักขิเณ
โกณฑัญโญ ปิฏฐิภาคัสมิง         โมคคัลลาโน จะ วามะเก.
    ๕. ทักขิเณ สะวะเน มัยหัง      อาสุง อานันทะ ราหุลา
กัสสะโป จะ มะหานาโม            อุภาสุง วามะโสตะเก.
    ๖. เกสันเต ปิฏฐิภาคัสมิง       สุริโย วะ ปะภังกะโร
นิสินโน สิริสัมปันโน                โสภิโต มุนิปุงคะโว
    ๗. กุมาระกัสสโป เถโร         มะเหสี จิตตะ วาทะโก
โส มัยหัง วะทะเน นิจจัง            ปะติฏฐาสิคุณากะโร.
    ๘. ปุณโณ อังคุลิมาโล จะ     อุปาลี นันทะ สีวะลี
เถรา ปัญจะ อิเม ชาตา             นะลาเต ติละกา มะมะ.
    ๙. เสสาสีติ มะหาเถรา          วิชิตา ชินะสาวะกา
เอตาสีติ มะหาเถรา                  ชิตะวันโต ชิโนระสา
ชะลันตา สีละเตเชนะ                อังคะมังเคสุ สัณฐิตา.
    ๑๐. ระตะนัง ปุระโต อาสิ      ทักขิเณ เมตตะ สุตตะกัง
ธะชัคคัง ปัจฉะโต อาสิ              วาเม อังคุลิมาละกัง
    ๑๑. ขันธะโมระปะริตตัญจะ    อาฏานาฏิยะ สุตตะกัง
อากาเส ฉะทะนัง อาสิ               เสสา ปาการะสัณฐิตา
    ๑๒. ชินาณาวะระสังยุตตา     สัตตัปปาการะ ลังกะตา
วาตะปิตตาทิสัญชาตา             พาหิรัช ฌัตตุปัททะวา.
    ๑๓. อะเสสา วินะยัง ยันตุ      อะนันตะชินะ เตชะสา
วะสะโต เม สะกิจเจนะ              สะทา สัมพุทธะปัญชะเร.
    ๑๔. ชินะปัญชะระมัชฌัมหิ     วิหะรันตัง มะฮี ตะเล
สะทา ปาเลนตุ มัง สัพเพ           เต มะหาปุริสาสะภา.
    ๑๕. อิจเจวะมันโต            สุคุตโต สุรักโข
    ชินานุภาเวนะ                  ชิตุปัททะโว
    ธัมมานุภาเวนะ                ชิตาริสังโฆ
    สังฆานุภาเวนะ                ชิตันตะราโย
    สัทธัมมานุภาวะปาลิโต      จะรามิ ชินะ ปัญชะเรติ.

บทพระพุทธคุณ (อิติปิโส เท่าอายุ + ๑)

๑๗. บทพระพุทธคุณ (อิติปิโส เท่าอายุ + ๑)



อิติปิโส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ วิชชา จะระณะสัมปันโน      
สุคะโต โลกะวิทู อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ
สัตถา เทวะมะนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติ ฯ

(เฉพาะบทนี้ ให้สวดเท่ากับจำนวนอายุเกิน ๑ เช่น อายุ ๒๕ ปี ให้สวด ๒๖ จบ อายุ ๓๐ ปี ให้สวด ๓๑ จบ เป็นต้น)

สัพพมงคลคาถา

๑๖. สัพพมงคลคาถา


       
    ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา
    สัพพะพุทธานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เมฯ
    ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา
    สัพพะธัมมานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เมฯ
    ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา
    สัพพะสังฆานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เมฯ

(ถ้าสวดให้ผู้อื่น ให้เปลี่ยนจาก “เม” เป็น “เต”)

พุทธชัยมงคลคาถา (พาหุง)

๑๔. พุทธชัยมงคลคาถา (พาหุง)



พาหุง สะหัสสะมะภินิมมิตะสาวุธันตัง
ครีเมขะลัง อุทิตะโฆระสะเสนะมารัง
ทานาทิธัมมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เม ชะยะมังคะลานิ

มาราติเรกะมะภิยุชฌิตะสัพพะรัตติง
โฆรัมปะนาฬะวะกะมักขะมะถัทธะยักขัง
ขันตีสุทันตะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เม ชะยะมังคะลานิ

นาฬาคิริงคะชะวะรังอะติมัตตะภูตัง
ทาวัคคิจักกะมะสะนีวะ สุทารุณันตัง
เมตตัมพุเสกะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เม ชะยะมังคะลานิ

อุกขิตตะขัคคะมะติหัตถะสุทารุณันตัง
ธาวันติโย ชะนะปะถังคุลิมาละวันตัง
อิทธีภิสังขะตะมะโน ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เม ชะยะมังคะลานิ

กัตวานะกัฏฐะมุทะรังอิวะคัพภินียา
จิญจายะ ทุฏฐะวะจะนัง ชะยะกายะมัชเฌ
สันเตนะ โสมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เม ชะยะมังคะลานิ

สัจจังวิหายะมะติสัจจะกะวาทะเกตุง
วาทาภิโรปิตะมะนัง อะติอันธะภูตัง
ปัญญาปะทีปะชะลิโต ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เม ชะยะมังคะลานิ

นันโทปะนันทะภุชะคังวิพุธังมะหิทธิง
ปุตเตนะ เถระภุชะเคนะ ทะมาปะยันโต
อิทธูปะเทสะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เม ชะยะมังคะลานิ

ทุคคาหะทิฏฐิภุชะเคนะสุทัฏฐะหัตถัง
พรัหมัง วิสุทธิชุติมิทธิพะกาภิธานัง
ญาณาคะเทนะ วิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เม ชะยะมังคะลานิ

เอตาปิ พุทธะชะยะมังคะละอัฉฐะคาถา โย
วาจะโน ทินะทิเน สะระเต มะตันที
หิตะวานะเนกะวิวิธานิ จุปัททะวานิ
โมกขัง สุขัง อะธิคะเมยยะ นะโร สะปัญโญ.

(ถ้าสวดให้ผู้อื่น ให้เปลี่ยนจาก “เม” เป็น “เต”)

บทสรรเสริญพระธรรมคุณ

๑๒. บทสรรเสริญพระธรรมคุณ

สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม สันทิฏฐิโก อะกาลิโก 
เอหิปัสสิโก โอปะนะยิโก ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหีติ
(กราบ)


บทสวดมนต์ (คุณแม่ ดร.สิริ กรินชัย - ของเก่า)

๑๐. บทสวดมนต์ (ของเก่า - คุณแม่ ดร.สิริ กรินชัย)


พุทธะบูชา มหาเตชะวันโต
       
ข้าพเจ้าขอบูชาพระพุทธ ขอให้ข้าพเจ้ามีเดชเดชะ
ธัมมะบูชา มหาปัญญะวันโต        
ข้าพเจ้าขอบูชาพระธรรม ขอให้ข้าพเจ้ามีปัญญาอันยิ่งใหญ่
สังฆะบูชา มหาโพคะวะโห        
ข้าพเจ้าขอบูชาพระสงฆ์ ขอให้ข้าพเจ้าอุดมด้วยอริยสมบัติ
ติโลกะนาถัง รัตนะตะยัง อะภิปูชะยามิ
(ข้าพเจ้าขอบูชาพระรัตนตรัยซึ่งเป็นที่พึ่งของโลกทั้งสาม (๓๑ภพภูมิ)
วันทามิ เจติยัง สัพพัง สัพพัฏฐาเน สุปะติฏฐิตัง สารีริกขะธาตุ
(ขอบูชากราบไหว้พระสถูปซึ่งประดิษฐานพระบรมสารีริกะธาตุตามที่ต่าง ๆ)
มหาโพธิง ชินะโยจะ พุทธะรูปัง สะกะลังสัทธา
(ขอบูชากราบไหว้พระพุทธรูปทุกพระองค์และต้นพระศรีมหาโพธิ์ซึ่งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้)
ทิสาทิโส เอหิ ภูมิโม อมมะภูมิมา อาคัตฉันตุ
(ข้าพเจ้าขอสักการะบูชาพระภูมิเจ้าที่ พระแม่ธรณี และพระแม่คงคา ทุกทิศทุกทางทั่วสากลพิภพ)
มนุสสานัง สะหะยัง ปิโยเทวา สีหะราชา เอหิจิตตัง ปิยังมะมะ
(ขอมนุษย์ทั้งหลาย องค์เทพเทวาทั้งหลาย สรรพสัตว์ใหญ่น้อยทั้งหลาย จงมีจิตที่เป็นมิตรสามัคคีกับข้าพเจ้าด้วยเทอญ)





**บทสวดมนต์นี้ เว้นการสวดคำแปลในวงเล็บ คุณแม่ ดร.สิริ ท่านอธิบายคำแปลเพื่อให้ทราบ และเข้าใจ   

(บทสวดมนต์นี้ ได้มาเมื่อเริ่มปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานกับคุณแม่ ดร.สิริ กรินชัย ตั้งแต่ครั้งยังเด็กและจดจำไว้ เห็นว่ามีประโยชน์และครอบคลุมเป็นอย่างมาก คุณแม่ดร.สิริ กรินชัย ท่านเล่าว่า บทสวดมนต์นี้ ท่านได้มาจากพระธุดงค์องค์หนึ่ง ท่านชอบมากและสวดในชีวิตประจำวันของท่านตลอดมา พร้อมทั้งสอนลูกโยคีของท่านให้สวดมนต์เป็นประจำทุกวัน ด้วยเห็นว่าให้คุณมาก เป็นมรดกธรรมอันหนึ่ง ผลประโยชน์ใด ๆ ในทางธรรม ที่เกิดจากบทสวดมนต์นี้ ขอยกเป็นเครื่องสักการะบูชาคุณสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คุณพ่อและคุณแม่ รวมถึงคุณแม่ ดร.สิริ กรินชัย ด้วยเทอญ)

อาราธนากล่าวอภิสวาจาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

๘. อาราธนากล่าวอภิสวาจาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า




      ข้าพเจ้า............................... เกิดวัน............... 
ขอพระราชทานอนุญาต กล่าวอภิสวาจาขององค์สมเด็จ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า สมัยที่พระพุทธองค์ทรงประสูติ เพื่อความเป็นสิริมงคลต่อการดำเนินชีวิต

                      “อัคโคหะมัสสะมิ    โลกัสสะ
                      เชฏโฐหะมัสสะมิ     โลกัสสะ
                      เสฏโฐหะมัสสะมิ     โลกัสสะ
                      อะยะมันติมา          ชาติ
                      นัตถิทานิ               ปุนัพภะโว”


    ลูกขออธิษฐานเอาพระบารมีขององค์สมเด็จ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้โปรดประทานพรให้ลูก...............................................................
..................................................................
..................................................
(อธิษฐานขอพรในเรื่องที่เป็นประโยชน์)